| Chin / Nut's profileNuttapong's blogPhotosBlogLists | Help |
|
04 July Santa Barbara, Palm Springsหยุดยาวที่ผ่านมานี้ (1-4 ก.ค.) เราก็ไป Road Trip กับ ม๊อค, ฮิม, เอ๋ มาก็มีเรื่องกับรูปจะมาเล่าให้ฟัง/ดู
July 1, 2006
วันแรกเนี่ยก็ตื่นกันตั้งแต่ 6:30am มาเก็บของแล้วก็ขับรถกับ ม็อคตรงไปยัง Santa Barbara
ก็ไปเช่าจักรยานนั่งหลายๆคนมาปั่นกัน ก็สนุกดี
July 2, 2006
วันนี้พวกเรา( ชิน, ม๊อค, ฮิม, เอ๋) ก็เดินทางไป Palm Springs กัน ซึ่งเราก็เป็นคนขับ รถเช่าของฮิมไป ก็เป็นครั้งแรกที่ขับรถเช่าไปทริป หะหะ ก็สนุกดีแต่ว่าแดดมันแรงมากแล้วก็ลืมเอาแว่นดำไป :P ก็มาถึง Palm Springs ตอนประมาณบ่าย 2 พอออกจากรถก็เลยรู้ว่าท่าทางจะคิดผิด ที่มาทะเลทรายหน้าร้อน:Pอุณหภูมิ ประมาณ 105 F แล้วอากาศก็แห้งมากๆ พวกเราไปถึงก็เลยไปหาร้านอาหารติดแอร์ กินกันแล้วก็ ไป Check In ที่โรงแรมแล้วก็มาเดินเล่นที downtown
แล้วพวกเราก็ไปที่ Indian Canyon กัน แต่ว่า มันจะปิดแล้ว ก็เลยไม่เข้าไปกัน จากนั้นพวกเราก็เลยไปทานอาหารกันที่ Tony Roma แล้วก็กลับไปนอนอุตุ
July 3, 2006
วันนี้ตื่นกันตั้งแต่เช้าแล้วก็ไป hike ที่ Indian Canyon กันถามๆกันว่าใครมี Sun Block บ้างก็ไม่มีใครเอามา พวกเราเลยไปซื้ออันที่ SPF 50 กัน วันนี้อากาศก็ร้อนมากแต่ว่ายังดีที่ไปเช้า แดดเลยยังไม่แรงมาก Indian Canyon นี่ก็คือทะเลทรายกับ Oasis ดีๆนี่เอง ช่วงแรกๆที่ hike ก็ยังอยู่ในดงต้นปาล์ม พอไปซักพักก็ไปถึงส่วนที่เป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยกระบองเพชร ซึ่งก็เป็นที่น่าตกใจว่า หลายต้นกำลังแห้งตายอยู่! พวกเราก็ดื่มน้ำกันเยอะมากๆ แล้วก็คิดว่านี่พวกตูมาทำอะไรกันอยู่(ว่ะ)
หลังจากที่น้ำหมดไปประมาณครึ่งนึงพวกเราก็เดินกลับกัน(อย่างรวดเร็ว) หลังจากพักเอาแรงได้ซักพัก พวกเราก็กะว่าจะไป hike กันต่อที่น้ำตกใกล้ๆ พอเดินไปซักพัก ม็อคก็เห็นแอ่งน้ำแล้วก็บอกกันว่าไม่ไปต่อแล้ว(โว้ย) พวกเราก็เลยลงไปลุยน้ำเย็นๆเล่น กัน หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวที่ร้านไทยร้านนึง พวกเราไปถึงก็ดื่มชาไทยไปคนละแก้วแล้วก็น้ำเปล่าไปอีกคนละ 3-4 แก้ว แบบว่าเกิดมาไม่เคยรู้สึกว่าน้ำเย็นอร่อยได้ขนาดนี้ พอบ่ายๆ พวกเราก็ไปขึ้น Tram กัน (To be Continue :P )
07 June Better ManThis song somehow touches me now :) :
Artist: Robbie Williams
Song: Better Man Lyrics Send someone to love me I need to rest in arms Keep me safe from harm In pouring rain Give me endless summer Lord I fear the cold Feel I'm getting old Before my time As my soul heals the shame I will grow through this pain Lord I'm doing all I can To be a better man Go easy on my conscience 'Cause it's not my fault I know I've been taught To take the blame Rest assured my angels Will catch my tears Walk me out of here I'm in pain As my soul heals the shame I will grow through this pain Lord I'm doing all I can To be a better man Once you've found that lover You're homeward bound Love is all around Love is all around I know some have fallen On stony ground But Love is all around Send someone to love me I need to rest in arms Keep me safe from harm In pouring rain Give me endless summer Lord I fear the cold Feel I'm getting old Before my time As my soul heals the shame I will grow through this pain Lord I'm doin' all I can To be a better man 10 May Die Young - Live Foreverนี่เป็น สโลแกนของละคร Broadway เรื่อง Lestat ที่มาแสดงที่ San Francisco เมื่อประมาณ2-3 เดือนที่แล้ว Lestat เป็นตัวละครเอกตัวหนึ่งในเรื่อง Interview with the Vampire ที่เคยเป็นหนังเมื่อปี 94, ที่ Tom Cruise, Brad Pitt, Kirsten Dunst, Antonio Banderas แสดง แต่เราจำตัวหนังเองไม่ค่อยได้แล้ว ก็ที่เคยเล่าใน Blog ก่อนๆว่าซื้อหนังสือมาหลายเล่ม ที่ซื้อเรื่องนี้มา จริงๆก็เพราะว่าเห็น Poster ของละครเรื่องนี้แหละแถวๆ มหาลัย ดูน่าสนใจดีเลยมานั่งอ่าน Review ของ The Vampire Chronicles ของ Anne Rice เลยได้รู้ว่าเรื่อง Interview with the Vampire เป็นภาคแรกแล้วก็มีภาคต่อๆมา ที่เล่ารายละเอียดของตัวละครในเรื่อง หรือไม่ก็เล่าเรื่องของ Vampire ที่ไม่ประกฏในเรื่อง Interview with the Vampire ก็มีบ้าง แต่ Review ส่วนใหญ่ดันบอกว่าภาคที่น่าอ่านที่สุดคือภาคแรกนี่แหละภาคอื่นๆอ่านแล้วอาจจะเสียอารมณ์เพราะภาคแรกเขียนไว้ดีมาก เราก็เลยลองหามาอ่านดูนี่อ่านจบแล้ว เลยมาเล่าสู่กันฟัง :)
เรื่องนี้แฝงไว้ด้วย แง่คิดเกี่ยวกับชีวิต มากพอสมควร เกี่ยวกับแง่มุมของความดี ความชั่ว ชีวิตมนุษย์ และชีวิตอมตะ Vampire ในเรื่องนี่ไม่กลัวไม้กางเขน มีพลัง, ความเร็ว, ประสาทสัมผัส มากกว่ามนุษย์ทั่วๆไป ยิ่งอายุมากก็จะยิ่งมีพลังมาก ไม่มีการแก่ ถ้สาบาดเจ็บ แผลจะหายอย่างรวดเร็ว สิ่งที่จะทำให้ Vampire ตายได้ก็คือ ไฟ, แสงอาทิตย์, แล้วก็ การแยกส่วนร่างกาย :P Vampire สามารถมีชีวิตอยู่ได้จากการกินเลือด สัตว์หรือมนุษย์เป็นๆ ถ้าดื่มเลือดจาก สิ่งที่ตายแล้วก็จะ อาการคล้ายๆ เหมือนอาหารเป็นพิษ :> เลือดมนุษย์เหมือนจะเป็นที่เหมาะที่สุดสำหรับ Vampire ที่ไม่ใช้คำว่าอร่อยเพราะว่า ประโยคที่ใช้อธิบายความรู้สึก ของ Vampire ในหนังสือเนี่ยมันไม่ค่อยเกี่ยวกับ อร่อยเท่าไหร่แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความรู้สึกคล้ายๆกับเหมือนใช้ยาเสพติด หะหะ
ตัวเอกของเรื่องเป็น Vampire ชื่อ Louise เล่าเรื่องราวของชีวิตตัวเองให้กับ นักข่าวคนหนึ่งฟังในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ Louise ยังไม่ได้เป็น Vampire และอาศัยอยู่ที่ New Orleans ในยุค 1700 แต่ว่าก็มีชีวิตจมกับความเสียใจกับการตายของน้องชาย จนพบกับ Lestat ซึ่งเป็น Vampire ที่เสเพลเอามากๆ Lestat ได้เสนอการมีชีวิตเป็นอมตะให้กับ Louise เพื่อแลกเปลี่ยนกับกาที่ Louise จะต้องเลี้ยงดูพ่อของ Lestat และให้ที่อยู่อาศัยกับเงินทอง Vampire ทั้งสองนั้นมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการฆ่า Louise พยายามที่จะไม่ดื่มเลือดจากคน แต่ว่า Lestat มีความสุขกับการฆ่าอย่างมาก :P การมีชีวิตอมตะสำหรับ Louise แล้วไม่ได้ทำให้ความโศกเศร้าของเขาจางหายไป แต่กับยิ่งทวีมากขึ้น เพราะว่า การฆ่าทำให้เขา รู้สึกผิดอย่างมากและเมื่อพ่อของ Lestat เสียชีวิตลง Louise ก็คิดจะไปจาก Lestat แต่ว่าก็ไปไม่ได้เพราะว่า Lestat ขู่ว่า Louise ยังไม่รู้พลังและข้อจำกัดของ Vampire และอาจจะตายได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง Lestat ก็ได้ให้ชีวิตอมตะ แก่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อที่จะให้มาอยู่เป็นเพื่อนกับ เด็กคนนั้นชื่อว่า Claudia ซึ่งก็มีส่วนคล้าย Lestat ตรงที่ว่า Claudia สนุกสนานกับการฆ่า
เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายสิบปี Claudia ก็ยังคงอยู่ในร่างเด็กผู้หญิงอยู่ทั้งที่จิตใจนั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ว่า Lestat ยังคงทำเหมือน Claudia เป็นเด็กและทำตัวเป็นเจ้านายอย่างมาก ความขัดแย้งได้ทวีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง Claudia กับ Louiseได้ตัดสินใจจะไปจาก Lestat เพื่อไปตามหา Vampire ตนอื่นๆเพื่อที่จะสอนให้รู้ถึงความลับของชีวิตอมตะ แต่ Lestat ไม่มีทางที่จะปล่อยให้ทั้งสองไปง่ายๆ Claudia เลยวางแผนการฆ่า Lestat และก็ทำได้ จน(เหมือนจะ) สำเร็จ และทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยัง ยุโรปตะวันออก
เรื่องต่อจากนี้ถ้าอยากรู้ก็อ่าน หรือไม่ก็ดูหนังล่ะกัน :> แต่ว่าหนังถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะไม่ตรงกับหนังสือเท่าไหร่ในตอนหลังๆ
เรื่องนี้ในแง่ Erotic ก็พูดถึง ความหลงไหลระหว่างตัวละคร ซึ่งจริงๆก็แทรกไปด้วยเรื่องคล้ายๆ รักร่วมเพศ มากพอสมควร ระหว่าง Louise กับ Lestat แล้วก็ Louise กับ Armand แล้วก็ ความรู้สึกระหว่าง Louise กับ Claudia ซึ่งก็มีความขัดแย้งที่ว่าร่างกายของ Claudia เป็นเด็กแต่ว่าจิตใจเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำให้ Louise รู้สึกต่อ Claudia เหมือนเป็นทั้งคนรักและก็เหมือนเด็กๆในเวลาเดียวกัน แล้วก็ ความรู้สึกของ Vampire กับการดื่มเลือดก็ใช้คำอธิบายได้ส่อๆ พอสมควร :P
แต่สิ่งที่เรื่องนี้ทำให้เราชอบเรื่องนี้ ก็คือแง่คิดเกี่ยวกับการมีชีวิตเป็นอมตะ ซึ่งดูเผินๆเหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่น่าปรารถนา สิ่งที่น่าสนใจประเด็นแรกก็คือ ถ้าความเป็น อมตะนั้นต้องแลกกับชีวิตของสิ่งอื่นๆ เนี่ยจะทำให้ตัว Vampire เองนั้นทุกข์ใจหรือไม่ จากในหนังสือเนี่ย มีเพียง Vampire 2 ตัวเท่านั้นที่มองว่าการฆ่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ตัวแรกคือ Louise อีกตัว ชื่อว่า Armand ซึ่งเป็น Vampire ที่มีชีวิตอยู่ที่แก่ที่สุดในโลก (Louise กับ Claudia พบกับ Armand ที่ ปารีส ในครึ่งหลังของเรื่อง) ความรู้สึกสนุกในการฆ่าเนี่ย(ซึ่ง Vampire ส่วนใหญ่เหมือนจะมี) เหมือนกับว่า ทำให้เกิดความโลภ ความโกรธ ความขัดแย้ง และในที่สุดก็ทำให้ Vampire ต้องตายลง เช่นเพราะถูกคนฆ่าบ้างฆ่ากันเองบ้าง ประเด็นที่สองก็คือ ว่าการมีชีวิตอยู่เนี่ยมีความหมายอะไรกันแน่ สำหรับสิ่งที่เป็นอมตะ การมีชีวิตอยู่นานหลายศตวรรต ทำให้เห็นโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งศิลปะ, เทคโนโลยี, ความนึกคิตของมนุษย์ เมื่อ Vampire อยู่บนโลกนี้นานๆไปเริ่มเหมือนจะมีปัญหาว่าปรับตัวให้เข้ากับอารยธรรมไม่ได้ ในที่สุดก็จะมีอาการคล้ายๆ กับคน Depress แล้วก็ไม่กิน และก็ตายลงในที่สุด เพราะเหมือนกับว่า การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์อีกต่อไป :P นี่เลยเป็นเหตุผลที่ทำไม Armand ถึงเป็น Vampire ที่แก่ที่สุด ก็เพราะว่ามันปรับตัวได้ในขณะที่ Vampire แก่ๆ ตัวอื่นก็ตายไป ตัวเรื่องได้ พูดถึงการพัฒนาด้านความคิดของ Louise จากความรู้สึกผิดต่อการฆ่าและเบื่อหน่ายในชีวิต จนกระทั่งกลายเป็น Vampire ที่สมบูรณ์แบบทางจิตใจ ซาชินกับการฆ่าและปรับตัวกับชีวิตสมัยใหม่ได้แต่ก็ไม่ได้มีความสุขอะไร ซึ่งตัวเรื่องก็เหมือนจะทิ้งท้ายไว้เช่นนี้ คล้ายๆ กับจะบอกว่า การที่คนเรามีชีวิตอยู่โดยมีเวลาชีวิตจำกัดแต่ก็มีเสรีภาพมากกว่า(มีชีวิตตอนกลางวันได้, แล้วก็ไม่ต้องฆ่าคนเพื่อมีชีวิตอยู่) เป็นสิ่งทีน่าปรารถนา มากกว่าการมีชีวิตอมตะที่ต้องเปียดเบียนคนอื่นและเสียอิสระภาพบางอย่างไป มากนัก :)
Blog ถ้าจะยาวเกินไปแล้ว พอล่ะดีกว่า สรุปก็คือเรื่องนี้น่าอ่านถ้าชอบแนว Drama แบบสยองๆ และ Erotic เล็กน้อย
24 March The Da Vinci Codeอืมในที่สุดก็อ่านจบจนได้ สมเป็นนิยายที่ดังมากๆ วางแทบไม่ลงเลย หะหะ แต่ก็คุ้มที่อ่าน แนะนำๆ
อ่านแล้วทำให้อยากไป ปารีส กะ ลอนดอน มากๆอ่ะ Dan Brown สามารถบรรยาย รายละเอียดได้ดีจนทำให้เราเห็นภาพเลย แต่แบบ รายละเอียดเกี่ยวกับ divinity, feminist, pagan and christian เนี่ยเค้าบรรยายละเอียดแล้วก็เอามาผูกกันจนเราไม่ค่อยแน่ใจว่าความจริงกับเรื่องแต่งเนี่ย มันแบ่งกันตรงไหนแน่ชัด ถ้าให้เดาก็คือว่า รายละเอียดสถานที่กับพิธีกรรมและก็พวกความสำคัญของสัญลักษณ์ เนี่ยคงจะจริง แต่ว่าพวกเรื่องเกี่ยวกับ Jesus เนี่ยคงจะเอามาจากสมมุติฐานที่ยังไม่เป็นทีแพร่หลายมาก แล้วก็พยายามมาผูกเรื่องกันจนให้มันสนุกได้ขนาดนี้ ต้องชมว่า research มาเยอะจริงๆ อยากรู้ว่าถ้าพวก expert เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้จริงๆมาอ่าน เค้าจะว่าไง :) ยังไงๆ ก็บอกว่าสนุกมากๆๆๆๆๆ คงจะเริ่มอ่านเรื่องอื่นๆ เร็วๆนี่แหละ หะหะ paper จะเสร็จมั้ยเนี่ยตูอีกเดือนเดียวเอง T_T
12 March Booksเมื่อวาน, ม๊อค, เพื่อนที่ค่ายคอมโอ มา visit ที่ Berkeley เราเลยพาเดินเที่ยวที่มหาลัย ตอนเย็นระหว่างรอจะไปทานข้าวกับพี่ๆน้องๆ นักเรียนไทยที่นี่ เดินจนเมื่อย เลยไปที่ร้านหนังสือ Border นั่งรอ ม๊อคมันเอา เรื่อง Davincii Code ให้ลองอ่านดู โอ นั่งอ่านไป 15 นาที ติดเลย หะหะ ว่าจะอุดหนุน Border ซักหน่อย แต่มันแพงอ่ะ นี่เลยมาหา ที่ amazon ดู ก็เลยได้ เรื่อง Angel and Demons, กับ Interview with the Vampire มาอีก2เล่ม ด้วยเลย :P จะได้อ่านมั้ยหว่า มีเรื่อง The Hitchhiker's Guide to the Galaxy ดองไว้ยังอ่านไม่จบเลย (คนละประเภทกันเลย :P)
|
|
|||||||||||||
|
|